Thikumpond 的个人资料-= Little Princess =-照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
-= Little Princess =-เจ้าหญิงน้อย ณ.. ขณะรัก My pleasure to know you who has stumbled across my add.
Please sign your name here.
Just to let me know.. I still have someone around..
Anyway, thanks for visiting :)
แวะเข้ามาแล้ว .. ลงชื่อไว้สักหน่อยนะคะ
อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า บนเส้นทางสายชีวิต .. เรายังมีเพื่อนร่วมทาง :)
ขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะ ^^
|
4月15日 StoRy In A cAmeRa
กว่าชั่วโมงที่ทำการ search หา PDF converter เจ๋ง ๆ มาใช้
เนื่องจาก Acrobat reader ที่ใช้ และ Word ที่ใช้ และ OS ที่รองรับเครื่องที่เราใช้อยู่นั้น (XP Vienna) ไม่มี plug in convert .doc >> .pdf ให้อ่ะ
รูปภาพที่นำมาลง space ก็เยอะกว่า 40 ภาพ
ไหน ๆ ก็คลิกมาแล้ว คลิกดาวน์โหลดไปอ่านหน่อยแล้วกันนะคะ (อาจจะเป็น file pdf ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่.. เนื่องจากรีบ.. อ่านเอาเนื้อหาแล้วกันนะคะ .. อย่าถือสากันน้า)
เจ้าของ blog จะดีใจมากเลยค่ะ
http://thikumporn.googlepages.com/Story_In_A_Camera.pdf
กราบขอบพระคุณค่ะ -/\-
ป.ล. space เฮงซวย เด๋วก็เปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นซะเลย น้อยใจแล้วนะ ฮึ่ม! 4月10日 วันว่าง ๆ (อีกวัน) :Pท่านผู้อ่านที่รัก
อย่าเพิ่งรู้สึกเอือมกับการตั้งชื่อ blog ไปเสียก่อนนะคะ
วันนี้อากาศร้อน เลยทำให้คน(นึกอยากจะ)เขียน นึกหัวข้อไม่ค่อยออก เพราะเนื้อหาที่จะพูดถึงนั้นจับฉ่ายมั่วไปหมด
สัปดาห์นี้นับว่าเป็นสัปดาห์แดงเดือดเลยทีเดียว
“แดงเดือด” ในที่นี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทีมฟุตบอลระดับโลก หรือช่วงรอบเดือนของผู้หญิง แต่อย่างใด
แต่เป็นสัปดาห์ที่ป๊ากับม๊าขอให้เราไม่ออกไปไหน เพราะในวันที่ 8 เมษายน กลุ่ม นปช. หรือกลุ่มเสื้อแดงจะมีการชุมนุมใหญ่ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
ได้ยินอย่างนั้น ทิฆัมพร ก็ร้อง “ห๊า..” ตามด้วยเอคโค่อีกสองสาม ห๊า..
เอาอีกแล้วเหรอ ..
คราวนั้นเหลือง คราวนี้แดงจะเอามั่ง .. แดงเห็นเหลืองทำได้ ไม่ผิด .. แดงก็เอามั่งเหรอค๊า
โอเค๊..
พุธที่ 8 เมษายน.. ทิฆัมพรก็เป็นเด็กดีค่ะ ไม่ออกจากบ้านไปไหน อยู่กับครอบครัว
..แต่แล้ว ..มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเจ้าค่ะ
เรียนก็ไม่ได้ไปเรียน ขาดไปสี่ชั่วโมง ถึงไหนบ้างแล้วก็ไม่รู้
แล้วดิฉันจะขาดเรียนทำไมวะคะเนี่ย ..
แต่ช่างเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่า มันมีตลาดนัดวันแรกนี่สิ
อันนี้พี่กิ๊บ แล็บอาจารย์เอ บอกมา
เจ้าตัวซื้อไมค์ตัวใหม่มาต่อกับ n/b ในราคา 50 บาท เลยต่อไมค์มาคุย msn ด้วย ..นึกได้ว่าวันนี้อยากไปซื้ออะไรที่ตลาดพลู เลยถามพี่กิ๊บว่า อยากกินหนมหวานป่าว เค้าจะซื้อไปฝาก ..จะได้ซื้อทีเดียว ซื้อไปที่แล็บ TT ด้วย
พี่กิ๊บบอกว่า ‘ว้าย บ้านนอก วันนี้เค้ามีตลาดนัดย่ะ’
โหยยย.. พลาดค่ะ ทิฆัมพรพลาด .. ไม่เป็นไร ๆ พรุ่งนี้ยังมี จะไปซื้อปากกาสิบบาท :P
นอกจากจะเจ็บใจที่วันนี้ไม่เกิดอะไรขึ้นแล้ว ยังไม่ได้ไปเดินช้อปตลาดนัดอีก ..แย่เจ้าค่ะ
9 เมษายน 52
ไปแล็บแต่เช้า ป๊าให้น้าชอบขับไปส่งที่ท่าเป๊ปซี่
เพราะเราไตร่ตรองดูแล้ว ว่าถ้าไปรถเมล์ หรือแท็กซี่เนี่ย มันต้องไปติดแหง็กที่ไหนซักที่แน่ ๆ เพราะยังไงแท็กซี่ก็ต้องผ่านราชดำเนินอยู่ดีแหละ
ฉลาดได้ดังนั้นก็เลยบอกป๊า ‘ป๊าไปส่งหน่อย ท่าเป๊ปซี่’ ฮิฮิ ป๊ารับคำ จะไปส่ง!
วันนี้ทิฆัมพรตื่นเร็วด้วยล่ะค่ะ เพราะได้ข่าวว่าจะมี professor จาก Switzerland มา special lecture ที่คณะ และจะมาเยี่ยมเยียนแล็บเราด้วย
ได้ยินมาหลายวันว่า professor ท่านนี้ ชื่อ Jay ค่ะ แกเป็น advisor พี่ปอ ระหว่างที่พี่ปอรับทุนไปศึกษางานวิจัยที่ Switzerland เป็นระยะ 6 เดือน
ไปถึงแล็บแปดโมงครึ่ง ตื่นตา ตื่นใจ กับห้องแล็บมากค่ะ เพราะเรียบร้อยมากเป็นพิเศษ
ถามเพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็ได้ความว่า เมื่อคืนอยู่ปลูกผักชีกันจนดึก
อ๊อ.. อย่างงี้นี่เอง
ดีค่ะ ผักชีมีประโยชน์ แม้จะเห็นใช้โรยหน้าอยู่บ่อยครั้งก็ตาม ^^
เดินเปิดประตูแล็บออกมา เจอกับ professor ที่เดินมากับอาจารย์เทียนพอดี
จะไหว้สวัสดี หรือ say hello ดีว้า..
มัวแต่คิดอยู่ เค้าคงเดินผ่านไปเสียก่อน เลย ‘Good Morning’ + ยิ้มหวาน ๆ หนึ่งที หวังว่าแกคงประทับใจกับความอัธยาศัยดีของคนไทยอย่างเรา ๆ บ้างแหละน่า
แล้วแกก็เดินผ่านไป
ช่วงเช้าแกมี special lecture ในเรื่อง Topological motivations
เรารู้สึกว่าแกมีความเป็นศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัว..
มีจินตนาการ และเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน อย่างที่แกบอก .. เหมือนหลัก พระตรีเอกานุภาพ ที่ประกอบด้วย พระบิดา พระบุตร และพระจิต
Slide ขึ้นต้น เป็นปรัชญา
Slide ปิดท้ายก็เป็น quote เด็ด ๆ ให้ได้คิด .. เจ๋งที่สุด
เดี๋ยวเราค่อยมาสรุปใน entry ต่อไปเดี่ยวกับ Topology ว่าเป็นยังไง เกี่ยวกับอะไร
เอาเป็นว่าเราประทับใจกับ lecture ของ Professor Jay S. Siegel มาก
แกพูดสำเนียงชัด ราวกับเข้าใจถึงปัญหาการฟังของคนไทย
ด้วยความขี้เล่น ทำให้แกดูเป็นศาสตราจารย์ใจดี อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคน ^^
อ้อ.. ตอนเราเดินออกมาจากห้องคอมพ์ แอบสะดุดนิดหน่อย ตอนนั้น แกอยู่ในห้อง กำลังรอพี่ปอ ไปส่งที่พัทยา แกเห็นเรา ก็เตือนเรา ‘Be careful’ แล้วยิ้มให้หนึ่งที
น่ารักค่ะ
ช่วงบ่ายก็เข้าฟังเล็กเชอร์อีก คราวนี้เป็น professor จากฝรั่งเศส
เป็นแนว ๆ biotech เลยอ่ะ เปลี่ยน chemical catalyst แล้วให้ไปใช้ biological catalyst ในแล็บแทน
นึกถึงสัมมนา biotech & society เลย ที่กลุ่มเรานำเสนอเกี่ยวกับ white biotech เรื่องอุตสาหกรรมของ polylactide ในขั้นตอนการผลิต โดนอาจารย์ท้วงว่า catalyst ที่ใช้เป็นอันตรายต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค น่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ enzyme ในสิ่งมีชีวิตแทน
ฟังไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ขอโทษนะคะ ง่วงมากเลยอ่ะ
สักพัก ม๊าก็โทรมาเตือนเรื่องม็อบกลุ่ม นปช. ทิฆัมพร ก็เดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก
ตื่นเลยค่ะ กลับมาฟังได้ปกติ ส่วนพี่ยุทธ พี่เบิ้ม (ที่เข้าฟังด้วย) สลบกันไปเป็นแถว
แต่ฟังไปฟังมาก็เริ่มเบื่อ
ไม่ตั้งใจฟังไปเสียอย่างงั้น
นั่งขีดนู่น เขียนนี่ .. แย่จัง .. รู้สึกผิด แต่ .. ‘can’t help’ >__<
สักพักก็มีประกาศ
‘เรียนคณาจารย์ และบุคลากรคณะวิทย์ฯ เนื่องตอนนี้ เหตุการณ์ไม่ปกติ ขอให้ทุกท่านกลับบ้านได้ โดยออกทางประตูหลัง’
กรรมของเวร
เกืดอะไนขึ้นเนี่ย
แล้วดิช้านจะกลับบ้านได้อย่างไร
พ่อจ๋า แม่จ๋า >__<
เค้าปิดถนนหมดเลยอ้ะ
ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น
กลัวก็กลัว(ว่าจะกลับไม่ได้)
แต่ดีใจ วันนี้มีเพื่อนร่วมทาง กลับบ้านเยอะ
เอาวะ ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองไม่ปกติ ก็ยังมีคนร่วมทาง ..
ยิ่งบนรถไฟฟ้านะ ตั้งหลายพันคน ^^
กลับถึงบ้านก็นู่นแน่ะ หกโมง กว่า ๆ มิหนำซ้ำ ฝนตกเทลงมาอีก ไม่เห็นใจกันเล้ย รองเท้าซักสองรอบแล้วนะคะ คุณฟ้าเจ้าขา .. ต้องให้ซักอีกทีรอบกัน ฮึ
หม่าม๊ามายืนรอรับอยู่หน้าปากซอย ..
เห็นเราก็โบกมือ ราวกับกลับมาจากต่างประเทศ
น่ารัก ๆ จริง ๆ เลยค่ะ
แต่ที่น่ารักไปมากกว่านั้น
เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้เอง และไม่กี่ชั่วโมงมานี้ด้วยค่ะ
คือหม่าม๊าดู “เพลงรักข้ามภพ” แล้วชอบเพลงที่แพนเค้กกับนิวร้อง
ก็ให้เรา search หา พอเจอก็ยื่น Creative Muvo v200 มาให้ บอกให้ใส่เข้าไปให้หน่อย
พอทำให้เสร็จ ม๊าก็เอาไปฟังอย่างสบายใจ
หูฟังที่ม๊าใช้ก็เป็นหูฟังราคาไม่น่าถึงร้อย
เราอยากให้ฟังเพราะ ๆ ก็หยิบ Sennheiser MX560 ที่ปกติใช้ฟังคู่กับเจ้า Iriver E100 มาให้ลองฟัง
หม่าม๊าร้อง “โอ้โห..”
คราวนี้ล่ะค่ะ อย่าหวังว่าจะได้คืนง่าย ๆ ..
ม๊าบอก ขอยึดก่อน หนูไปขอตังค์ป๊าซื้อใหม่ละกัน
ซะงั้น >__<
นึกได้ ยังมีหูฟังแถมของ Iriver อยู่ที่หอนี่หว่า พรุ่งนี้เอามาแลกกัน :P
จริง ๆ หูแถม E100 ก็ไม่ได้ขี้เหร่มากมาย
เดี๋ยวเอามาให้หม่าม๊าลองดู .. ถ้าโอเค กืยื่นหมูยื่นแมว
แต่ถ้าไม่โอเคนี่ .. ม๊าบอกว่า เด๋วให้ตังค์ไปซื้อใหม่
พรุ่งนี้ไปเอาของที่หอค่ะ จะไปเอา .. เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เฉาก๊วย
คิดถึงเฉาก๊วย >__<
คิดถึงน้องทรี >__<
คิดถึง.. อืมม .. คิดถึงเค้กป้าเลน
คิดถึงเต้าฮวยฟรุตสลัดฝีมือตัวเอง อิอิ อร่อย
ขอบคุณที่แวะเข้ามาฟังคน(น่ารัก)บ่นนะคะ :P
ล้อเล่นค่ะ ^^
ป.ล. ตะกี๊เพิ่งดาวน์โหลด อัลบั้ม We dance We sing We steal things ของ Jason Mraz มา เพราะมาก ..
หลังจากฟัง Lucky มาเกือบสองร้อยรอบละ (Crazy จริง ๆ เลยเธอ)
ก็มันเพราะนี่นา .. อีกอย่างเวอร์ชั่น Cover ของ Duet ชาวฟิลิปปินส์ ก็เพราะโคตร ๆ ไม่ให้ชอบได้ไง จริงมะ ^^ 4月6日 วันว่าง ๆ .. ^^วันหยุดที่ หก เมษายน สองพันห้าร้อยห้าสิบสอง
จริง ๆ ที่แล็บ ก็ยังมีพี่ปอโท ปอเอก ไปตามปกติ แต่ด้วยความเป็นน้องเล็ก เลยมีสิทธิพิเศษในการแสดงความขี้เกียจได้มากกว่านิดหน่อย
ตื่นซักเก้าโมง สิบโมง โทรไปบอกพี่เสียงงัวเงีย ๆ เพิ่งตื่น “วันนี้ไม่เข้าไปนะคะ ป๊าอยู่บ้าน เลยอยากอยู่กับครอบครัว”
โอ้โห แฟมิลี่ เกิร์ลสุด ๆ
จริง ๆ แล้วอยากอยู่กับตัวเอง ทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ คนเดียวมากกว่า
อยากอยู่กับครอบครัวก็มีส่วน พอพร้อมหน้าพร้อมตา ก็ยกมือบอกว่าอยากไปห้างฯ ไปช้อปปิ้ง นั่นล่ะความสุขของทิฆัมพร ได้หยิบนู่นหยิบนี่ใส่รถเข็น โดยไม่ต้องจ่ายตังค์ :P
ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลานานมากแล้ว ที่ไม่ได้ตื่นมาเวลานี้ (เหลือบมองนาฬิกา ..อีกสิบนาทีจะสิบโมง) แล้วรีบเปิดคอมพ์ .. นั่งเขียนบล็อก
ใช้โน้ตบุ๊คมาเกือบครึ่งปี อยากเขียนบล็อกคลาสสิค ๆ เลยต้องเปิด เดสท็อป เขียน
อะไรจะต้องบิ๊ลด์ขนาดนั้น
ก่อนเขียนมีเปิดเพลงคลอ ๆ ด้วยนะ วันก่อนได้ยินเพลง “เหนื่อยใจ” ในห้างฯ เป็นเพลงที่น้อย วงพรู เอามาคัฟเวอร์
ตอนนั้นมีคนไม่หล่อเดินข้าง ๆ .. เค้าก็พยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยตามเพลง
หมดท่อนนึงก็หันมามองหน้าเราบอกว่า “ใช่” .. อีกท่อนจบก็พูดลอย ๆ ว่า “ถูกต้อง”
ไอ้เราไม่อยากน้อยหน้า หันไปมองหนึ่งที “อะไรของเธอ” แถมหน้าหมั่นไส้ให้เห็นอีกสองวิ
พอเขียนไปได้สิบบรรทัด เพลงจบ.. เอ้า หาเพลงใหม่
คำตอบของหัวใจ ..
ไม่นะ ไม่ใช่ของวงมันฝรั่ง
คำตอบของหัวใจ ของ เตชินท์ .. คนอะไรว้า ชื่อเตชินท์ .. แปลก
เพลงน่ารัก ..คนน่ารักก็ย่อมต้องฟัง ..เป็นธรรมดา :P
‘วันว่าง ๆ ของคนน่ารัก’ น่าจะเก๋ดี ..
เหมาะเป็นชื่อบล็อกนี้ (ถ้าคนอ่านจะไม่สะดุด แล้วปิดหน้าต่างทิ้งไปซะก่อน)
เพลงกำลังเล่น ก็ต้องรีบเขียน เดี๋ยวเพลงจบ จะไม่มีอะไรจะบิ๊ลด์
เมื่อวานไปทำบุญมาค่ะ จริง ๆ มันคือการทำบุญวันคล้ายวันเกิด (ที่ผ่านไปแล้วเกือบสองสัปดาห์)
ทำไงได้ ก็คนพาไป เพิ่งว่างเมื่อวาน (น่าน (แพร่ ) .. ไปโทษเค้าอีก)
แต่ขอโทษเถอะ รายนั้นมาสาย พอลงรถมาก็รีบทำมือให้ว่าง ยกมือไหว้เชียวนะ! ฮึ่ม!
ไปถวายสังฆทานที่วัดหัวลำโพง ไอ้เราก็ทำไม่เป็น ก็ถามตลอดทางว่าทำยังไง ..
เค้าบอก ‘ดูเธอตื่นเต้นดีเนอะ จะถวายสังฆทานเนี่ย ถามจริง.. ไม่เคยเข้าวัดเลยใช่มะ’ อันนี้เจ้าตัวไม่ได้คำตอบกลับไป ได้หน้ารูปค้อนกลับไปใช้ตอกตะปูแทน
วันนั้น อากาศร้อน.. มาก
ระหว่างคนมาสาย กับอากาศร้อน อันไหนจะทำให้คุณหงุดหงิดได้น้อยกว่ากัน
แน่นอน ก็ต้องยกประโยชน์ให้กับคนมาสาย งานนี้เลยรอดตัวไป..
ถวายสังฆทานเสร็จ .. ทิฆัมพรอยากดื่มอะไรเย็น ๆ ค่ะ
‘เธอ .. หิวน้ำ .. อยากกินชาเนสทีเย็นใส่นม’
‘ปะ ร้านอยู่นู่น’ วันนี้มีคนเอาใจ :P
เรียบร้อยก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ใช่ค่ะ ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
จริง ๆ มีหนังสือที่เล็ง ๆ ไว้อยู่สองเล่ม คือ Cecilia Ahern
เล่มแรกนี่ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว P.S. I love you
หลายคนจะเห็นว่าเรามีเล่มนี้อยู่ในมืออยู่แล้ว จะซื้ออีกเล่มทำไม เปล่าค่ะ นั่นยืมเค้ามาดองหลายเดือนแล้ว เกรงใจเจ้าของ กะจะซื้อของตัวเองกลับไปดองบ้าง เจ้าของจะได้ไม่ต้องห่วง
กับอีกเล่ม ก็ของเจ้าเดียวกัน เรื่อง Thanks for the memories ฟังปากต่อปากเค้าพูดกันมา ฟังดูน่าสนุกมาก แนวโรแมนติค คอมมาดี้ ออกแฟนซีนิดหน่อย ชวนเก็บไปนอนฝันหวาน
แต่หนังสือนอกก็หนังสือนอกเถอะ ต้องมาแพ้ a book สำนักพิมพ์ไทย เพราะแวะบู๊ธเดียว สี่สิบนาที ก็หมดไปห้าร้อยกว่าบาทกับหนังสือสามเล่ม
คิดไปคิดมา เอ.. หนังสือนอกเค้ามี อี-บุ๊ค ให้ดาวน์โหลด หนังสือไทยไม่ค่อย ซื้อของไทยน่าจะคุ้มกว่า
ฉลาดได้ดังนั้นแล้วก็ไม่แวะบู๊ธหนังสือนอกอีกเลย ฮ่า ๆ
พอหมดไปห้าร้อยกว่าบาทแล้วนั้น ก็นึกได้ว่า วันนี้เราต้องเป็นเจ้ามือนี่หว่า ..
ซวยละ ในกระเป๋าก็เหลืออยู่สามร้อยนิด ๆ ยังมีนิยายอีกสองเล่มยังไม่ได้ซื้อ
รีบหาคนกู้เดี๋ยวนั้นเลย .. :P
‘เธอ ๆ ยืมตังค์หน่อยดิ’ ทำเสียงอ้อน ๆ หวาน ๆ
‘อือ จะซื้ออะไร’
‘จะซื้อนวนิยาย’
‘เท่าไหร่อ่ะ’
‘เล่มเดียวก็ได้ ยืมสามร้อย นะ ๆ’ มีบอกว่าเอาแค่เล่มเดียว เพราะจริง ๆ อยากได้สองเล่ม แต่เกรงใจ๊
เป็นอันว่าไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ เป็นหนี้อยู่สามร้อยบาทถ้วน
แต่ช่างปะไร ในกระเป๋ามีอีกสามร้อยกว่า ๆ สำหรับจ่ายค่ากิน ..
พอช้อปเสร็จก็เริ่มหิว นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงจามจุรีสแควร์ แวะทานอาหารญี่ปุ่นกัน
ค่าเสียหายสามร้อยกว่าบาทถ้วน (ถ้วนตรงไหนวะ)
‘ไม่เป็นไร งานนี้ โปเตโต้ก็ได้” เค้าบอก
“หือ?”
“แชร์ไง” เราก็ทำหน้าอ๋อ ..
“โอเค ๆ งั้นอ่ะ มีแบงค์ร้อยสองใบ เราออกเอง”
พอยื่นให้เสร็จสรรพ เราบอกว่า
“ตะกี๊เรายืมเงินเธอมาสามร้อยใช่มั้ย นี่ไงเราคืนไปสองร้อยแล้วนะ ตอนนี้เราก็ติดเธออยู่ร้อยเดียว โอเคปะ” เจ้าตัวทำหน้าคิดตาม แล้วคิดไงก็ไม่รู้ สะดุดกึก หันมามองหน้า
“เฮ้ย เอาใหม่ดิ๊”
“อ้าว ไม่ถูกเหรอ.. ก็ตะกี๊เรายืมเธอมาสามร้อย ก็นี่ไงเราจ่ายให้เธอแล้วสองร้อย เป็นอันว่าติดเธออยู่ร้อยเดียว”
“เฮ้ย .. อั่นแน่ ๆ .. ร้ายนี่หว่าเธอน่ะ .. เป็นอันว่า เธอไม่จ่ายมื้อนี้เลยว่างั้น”
“อ้าว ไม่ใช่ ๆ ก็นี่ไงคิดให้ถูก ก็คืนเธอไปแล้วสองร้อย.. ไม่ถูกเหรอ เห็นปะ”
“ร้ายนะเนี่ย.. โอเค๊ ๆ”
งานนี้ เราชนะเห็น ๆ :P
พอทานข้าวอิ่ม ก็ต้องเดินย่อย เลยไปเดินย่อยกันต่อที่ โฟโต้ อิมเมจจิ้ง เอ็กซ์โพ ที่พารากอน รายนั้นก็เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ๆ ส่วนเราน่ะเหรอ นั่งพักรอคนไปเลี้ยงไอติม :P
แล้วก็กลับบ้าน
สรุปรวมวันนี้ค่าเสียหายที่งานหนังสือ แปดร้อยหกสิบเก้าบาทถ้วน เป็นหนี้ หนึ่งร้อยบาทถ้วน นอกนั้น เป็นความมีน้ำใจของคนที่พาไปทำบุญ :P
ขอบคุณเจ้าค่ะ ^^
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ 3月28日 ข อ บ คุ ณและแล้ว .. เราก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ยี่สิบของชีวิต
สิบเก้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว..
ใครว่าเวลาหนึ่งปีผ่านไปช้า
นี่อะไรกัน แป๊บ ๆ ก็จบปีสองซะแล้ว
น่าแปลก .. ปีนี้เป็นปีแรกที่เราไม่ได้นับถอยหลังให้ถึงวันคล้ายวันเกิด
ไม่ได้นั่งเฝ้ารอคอย คิดไปว่าใครจะจำวันเกิดเราได้.. หรือไม่ได้
ไม่ได้นั่งคิดว่า ปีนี้จะได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดน้า ..
อาจเป็นเพราะ ๆ สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งปีที่ผ่านมาก็คุ้มค่าที่จะเป็นของขวัญ(ก่อน)วันเกิดที่ดีมากเกินพอแล้ว
หรืออาจเป็นเพราะว่าเราเองก็ทำนู่นทำนี่เยอะแยะเสียเหลือเกิน จนไม่ได้มีเวลามานั่งคิดฟุ้งซ่านเหมือนแต่ก่อน
(จะบอกว่าตัวเองทำตัวให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ว่าอย่างนั้นล่ะ..)
จริง ๆ แล้ว.. สัปดาห์ก่อนวันคล้ายวันเกิดก็มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย
ขอรวบไปเล่าใน entry หน้าแล้วกัน
สำหรับวันคล้ายวันเกิดปีที่ครบสิบเก้าปีบริบูรณ์..
ขอบคุณม๊าที่ให้หนูได้เกิดมา และโทรหาหนูวันละหลาย ๆ รอบ ในวันเกิด ^^
ขอบคุณป๊าที่แม้จะยุ่ง ๆ เรื่องงาน แต่ขอของขวัญวันเกิดเป็นอะไรก็ให้ได้ทั้งนั้น และยังพอมีเวลาโทรมาคุยกับเราในวันคล้ายวันเกิด
ขอบคุณโจ้ที่ปีนี้อวยพรเจ้เป็นคนแรก ๆ
ขอบคุณพี่วุทสำหรับของขวัญวันเกิด(หลายชิ้น)ที่ให้ไว้ล่วงหน้า
ขอบคุณพี่วา (ที่แม้จะจำผิดไปสองวัน แต่ก็ยังโทรมาอวยพรวันเกิด)
ขอบคุณพี่เอ – เอชชี่คุง (ที่แม้จะเป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้คุยกัน แต่ก็ทำให้เรารู้ว่ามิตรภาพบนโลกไซเบอร์ (6-7 ปีก่อน) นั้นมีอยู่จริง)
ขอบคุณเบียร์ สำหรับเซอร์ไพรส์ของขวัญวันเกิด
ขอบคุณข้อความน่ารัก ๆ ที่ส่งมาทางโทรศัพท์, เสียงสดใส ๆ ที่โทรมาก่อกวนในวันเกิด, และข้อความทางอินเทอร์เน็ตจากหลาย ๆ คน .. พี่ยศ, ก้อย, เบน, พี่เบิ้ม, เจี๊ยบ(KA), น้องหลิง, น้องเจน, นิจ, ปราง, พี่ปอม, Christopher Wong, แนน(นริศ), เอ็ม, โอ๊ต(CU), โอ, นัท(BT), พี่ติ, บัฟ, ฝ้าย(AS), กัน, ดรีม(229), ชุ, ขวัญ, พี่อิ๊ก, อิม, ตวง, ไกด์, พี่นก, ยู, ปุ๋ย(229), ปุ๋ย(phailin), กิมกิม, จุ๊บแจง, พี่เดียร์, พี่หมู, พี่ก้อง, เคน, ยุ้ย, แม็ก, พี่เก่ง, ดาว, หนิง, พี่กอล์ฟ และคนอื่น ๆ ที่เราอาจไม่ได้กล่าวถึงนะคะ
ขอบคุณอาจารย์เทียนทอง และ พี่ ๆ แล็บที่น่ารัก สำหรับเค้กไอติมที่กินฉลองได้ทุกโอกาส :P
ขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาให้เราได้ทำความรู้จัก และทำให้มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเรา
ขอบคุณที่ทำให้ปีเกิดปีนี้เราเต็มไปด้วยความอบอุ่นนะคะ ^^
และ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ
รักคนอ่าน :P
เจินเจิน 1月10日 ถือว่าเป็นอีกปี.. ที่ฉันพอใจ (A year with you)ถือว่าเป็นอีกปี.. ที่ฉันพอใจ (A year with you)**
หมุนวิทยุไปที่ตัวเลขตัวเลขหนึ่ง แล้วเพลงนี้ก็ดังขึ้น .. ทำให้ย้อนถามตัวเองว่า หนึ่งปีที่ผ่านไป เราพอใจกับช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วหรือยัง ..
มันเป็นหนึ่งปีของนักศึกษาคนนึงที่ย้ายที่เรียนจากศาลายาเข้ามาเรียนในตัวเมือง.. ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เต็มไปด้วยผู้คน และเต็มไปด้วยความไม่แน่ไม่นอน
หนึ่งปี .. ที่อะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนบางทีก็เร็วเกินกว่าที่เด็กวัยรุ่นคนนึงจะเข้าใจ
หนึ่งปี .. กับความสุข ความทุกข์ ความสับสน ความไม่เข้าใจ และความเศร้า
ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ยังคงฝังอยู่ในความคิด .. ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปี ที่ผ่านไปอย่างน่าพอใจ
อย่างน้อย เวลาหนึ่งปี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม .. มันก็ทำให้คนเราได้เติบโตขึ้น .. เขาว่ากันว่า เราเติบโตขึ้นได้ด้วย “การเปลี่ยนแปลง” มันทำให้เราต้องปรับตัว .. และบางทีมันก็ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อที่จะอยู่ในโลกใบใหญ่ใบนี้ รวมถึงโลกของเราเอง .. อย่างมีความสุข
.
.
.
ทุก ๆ คน คาดหวังกับการก้าวสู่ปีใหม่ .. เพราะเชื่อว่า วันเวลาที่กำลังบอกว่าเราจะเปลี่ยนจากเลข 1 เป็นเลข 2 (2551 à 2552) มันคือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะนำพาพวกเขาไปพบกับสิ่งดี ๆ ..
ใช่ .. ฉันคนหนึ่งก็คาดหวังเช่นนั้น
คาดหวังให้สิ่งไม่ดีที่ผ่านมา จะเลยผ่านไปกับกาลเวลา เหลือเพียงประสบการณ์ และบทเรียน ทดไว้ในหน้าหนึ่งของชีวิต เพื่อที่ทุกก้าวที่ก้าวไปข้างหน้า เราจะไม่เดินซ้ำรอยเท้าเดิม
.
.
.
เปิดเรียนวันแรก .. ตื่นแต่เช้า แต่งตัว .. ยิ้มให้กับตัวเองในกระจกหนึ่งที เป็นการซ้อมยิ้มต้อนรับปีใหม่ .. :) แล้วไปเรียนด้วยอารมณ์สดใส
บรรยากาศของการเริ่มปีใหม่ช่างสดใสเหลือเกิน.. แม้จะเอาแน่เอานอนไม่ได้กับอากาศ ว่าจะร้อน หรือจะหนาว .. แต่ความรู้สึกของเราเองกำลังบอกว่า สิ่งดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น
.
.
ขอให้มันเป็นเช่นนั้น ..
ทิฆัมพร
ป.ล. ขอบคุณเธอที่เดินเข้ามา .. และอยู่เดินด้วยกันจนถึงวันนี้ ..
ใครเคยบอกว่าเราอยู่ได้ด้วยความหวัง ..
ใช่ เราทุกคนมีความหวัง
.. อย่างน้อยเราเองก็หวังให้มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น
แต่จะไม่ขอคาดหวังอะไรในวินาทีต่อไป ..แม้แต่นิดเดียว
เพราะประสบการณ์สอนให้เราได้รู้ว่า อะไร ๆ อาจเปลี่ยนไปเสมอ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ^^
** หมายเหตุ .. ดัดแปลงมาจากเพลง ถือว่าเป็นอีกปีที่ฉันพอใจ (A year without you) :: http://www.ijigg.com/songs/V2AFFB7DPD 12月12日 . . .วันที่แย่ๆ คงเกิดได้กับทุกคน ..
บางก็อยู่กันมานานไปหน่อย บางคนก็รีบหย่าขาดกับความแย่ เพราะกลัวมันทำร้ายจนเดินไม่ไหว
บางคนลุกได้เร็ว บางคนลุกได้ช้า อยู่ที่ว่าจะเปลี่ยนมุมมองกับเรื่องแย่ๆในวันที่เปราะบาง ให้เป็นพลังได้มากน้อยแค่ไหน
แต่อย่างหนึ่งซึ่ง คงไม่ต่างกัน คือ ความเหนื่อยและท้อกับสิ่งที่เผชิญ
.. แต่สิ่งที่ผ่านมา .. แม้จะผ่านมาสักกี่รอบก็ตาม มันทำให้เราได้เรียนรู้ และเติบโตขึ้น
อย่างน้อย เมื่อมันผ่านไป .. แล้วหากเราต้องพบกับมันอีก คงจะลุกได้เร็วขึ้น
…
There is no growth without change, no change without fear or loss, and no loss without pain ..
Quote เค้ามาทั้งนั้น :P 12月6日 ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย.. ผู้ชายเลี้ยวขวา..遇见 << อวี้ เจี้ยน แปลว่า .. พบเจอ (อารมณ์ว่า .. ท้ายที่สุด ก็ได้พบกับคนคนนั้น ^^ ความหมายดีเนอะ) Yu4 Jian4 เพลงประกอบภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง Turn Left Turn Right หรือในชื่อไทย ๆ “ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา” เดิมที เป็นหนังสือภาพของ Jimmy Liao ซึ่งถูกนำมาแปลโดย คุณ ‘ปราย พันแสง ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้จะยังมีวางอยู่บนชั้นหนังสือตามร้านอยู่หรือเปล่า เพราะหนังสือเล่มนี้ก็นานมากแล้ว แต่ถ้ายังมี แนะนำให้ไปหยิบมาเป็นเจ้าของซะนะคะ เพราะนอกจากภาพจะสวยแล้ว ความหมายก็ดี .. อ่านแล้วอมยิ้ม ^^
ยิ่งถ้าได้ลองไปหาภาพยนตร์ที่ จีจี้ เหลียง กับ ทาเคชิ มาชม อาจจะชอบเรื่องราวของ หญิง-ชาย คู่นี้ มากขึ้นไปอีก แม้ผู้หญิงในเรื่องจะโก๊ะ ๆ ไปบ้างก็ตาม ..
ความลับของหนังสือเล่มนี้คืออะไรรู้ไหมคะ ความหวานของเรื่องราวซ่อนอยู่ในความเงียบของตัวหนังสือนี่เอง หรือถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็จะพบว่า ไม่ค่อยมีบทสนทนาอะไรมากมายนัก .. มีแค่คนสองคน เดินไปเดินมา เสียงตามท้องถนนอาจจะดูวุ่นวาย .. แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับเงียบอย่างแปลกประหลาด..
ทั้งคู่เคยพบกันครั้งหนึ่ง แต่แล้วก็คลาดจากกัน ..
แล้วก็ไม่มีใครทราบได้ว่า จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ..
ส่วนตัวเราเชื่ออยู่อย่างหนึ่งนะคะ ชีวิตของคนเรา ก็วาด section ให้เป็นวงกลม .. ชีวิตของคนสองคน ก็เป็นวงกลมสองวง วงกลมสองวง ถ้าซ้อนกัน จะตัดอย่างน้อยสองจุด ดังนั้นถ้าลองได้มาเจอกันครั้งนึงแล้ว ก็ต้องได้เจอกันอีก.. เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน .. แค่นั้นเอง ..
แล้วบทเพลงเพลงนี้ก็ทำให้เราทราบบทสรุปของภาพยนตร์ .. ในที่สุด .. พวกเขาก็ได้พบกัน ^^
เอาเข้าจริง ๆ .. เวลาที่ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายก็ชอบเลี้ยวขวาจริง ๆ ล่ะ ..ว่ามั้ย..
歌词名称:遇见 |
||||||
|
|